การสำเร็จมรรคผล#วิมุตติความหลุดพ้น#มรรควิถีของมันทบุคคล#เธออย่าได้กล่าวค...
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
C
Color Name Color Code Color Name Color Code Red #FF0000 White #FFFFFF Cyan #00FFFF Silver #C0C0C0 Blue #0000FF Gray or Grey #808080 DarkBlue #00008B Black #000000 LightBlue #ADD8E6 Orange #FFA500 Purple #800080 Brown #A52A2A Yellow #FFFF00 Maroon #800000 Lime #00FF00 Green #008000 Magenta #FF00FF Olive #808000 Pink #FFC0CB Aquamarine #7FFFD4

มีธรรมะทุกอย่างดีเอง ความจริงนี่ควรจะทำอย่างนี้ ในเมื่อบริกรรมภาวนาไปถ้ามันเกิดง่วงๆเหมือนอยากจะนอนหลับ ก็ปล่อยให้มันหลับไปเลย มันจะหลับจริงๆเหมือนอย่างนอนหลับก็ให้มันหลับลงไป ในเมื่อมันผ่านความหลับอย่างธรรมดาหลายๆครั้งเข้า เพราะอาศัยการบริกรรมภาวนา เมื่อหลับลงไปแล้วสมาธิมันจะเกิดเอง ไม่ต้องกลัว ปล่อยให้มันหลับลงไป ทีนี้ในเมื่อหลับลงไปแล้ว ถ้าหากว่าจิตของผู้หลับนั้น แม้แต่จะหลับในเวลานั่งก็ตาม หลับเวลานอนก็ตาม ถ้าหลับลงไปแล้ว จิตมันมีอาการเคลิ้มๆ แล้วก็สว่าง ส่งกระแสออกไปข้างนอก มันจะเกิดนิมิตรต่างๆขึ้นมา นิมิตรอันนั้นคือความฝัน ทีนี้อย่างพระอริยะเมื่อท่านนอนหลับแล้ว ท่านก็ยังฝันเหมือนกัน แต่ความฝันของพระอริยะนั้นคือ นิมิตร แล้วท่านจะไม่ได้ฝันแบบที่เรียกว่าหาจุดหมายปลายทางไม่ได้ เหมือนอย่างคนสามัญธรรมดา อะอืมๆ ท่านฝันเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ท่านรู้ท่านเห็น หรือบางทีอาจจะ อะอืมๆ เกิดนิมิตรขึ้นมา ว่า พรุ่งนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเป็นต้น อันนี้เรียกว่า นิมิตร

Buddha Hi Buddha Hai Brand กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มคุณภาพ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มอื่นๆ หน้าแรก ธรรมะ ธรรมทาน เป็นทานอันสูงสุด ภาค ธรรมะวันหยุด Meditate ผู้เขียน : Meditate อัพเดท: 09 ส.ค. 2010 16.40 น. บทความนี้มีผู้ชม: 503127 ครั้ง ธรรมทาน เป็นทานอันสูงสุด ขอทำหน้าที่นี้ อีก คน เพื่อ ปัจจัย แห่งการรู้ การมีสติ ทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่น ที่สนใจ วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) หั ว ข้ อ เ รื่ อ ง ที่ ๙ : วิธีนอนเจริญฌาน โ ด ย : พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) สำนักปฏิบัติธรรมเขาสวนกวาง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น วิธีนอนเจริญฌานมี ๒ อย่าง คือนอนพักผ่อนร่างกาย กับนอนเพื่อหลับ ซึ่งมีวิธีปฏิบัติต่าง กันดังนี้ ๑. นอนพักผ่อนร่างกาย คือ เมื่อเจริญฌานในอิริยาบถทั้ง ๓ มาแล้ว เกิดความมึนเมื่อยหรือ อ่อนเพลียร่างกาย ก็พึงนอนเอนกายเสียบ้าง นอนในท่าที่สบายๆ ตามถนัดจะหลับตาหรือ ลืมตาก็ได้กำหนดใจอยู่ในกรรมฐานข้อใดข้อหนึ่ง หรือเอาสติควบคุมใจให้สงบนิ่งอยู่เฉยๆ ก็ได้ ๒. นอนเพื่อหลับ การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่จำเป็นของร่างกาย ใครๆก็เว้นไม่ได้ แม้แต่ พระอรหันต์ก็ต้องพักผ่อนหลับนอนเช่นเดียวกันกับปุถุชน ที่ท่านว่าพระอรหันต์ไม่หลับเลย นั้น ท่านหมายทางจิตใจต่างหาก มิได้หมายทางกาย การหลับนอนแต่พอดี ย่อมทำให้ ร่างกายสดชื่นแข็งแรง ถ้ามากเกินไป ก็ทำให้อ้วนเทอะทะ ไม่แข็งแรง ถ้าน้อยเกินไปก็ทำให้ อิดโรย อ่อนเพลีย ความจำเสื่อมทรามและง่วงซึมประมาณที่พอดีนั้น สำหรับผู้ที่ทำงานเบา เพียง ๔ - ๖ ชั่วโมง เป็นประมาณพอดี แต่สำหรับผู้ที่ทำงานหนัก ต้องถึง ๘ ชั่วโมงจึงจะ พอดี ในเวลาประกอบความเป็นผู้ตื่น ( ชาคริยานุโยค ) นั้น ทรงแนะให้พักผ่อนหลับนอน เพียง ๔ ชั่วโมง เฉพาะยามท่ามกลางของราตรีเพียงยามเดียว เวลานอกนั้นเป็นเวลา ประกอบความเพียรทั้งสิ้น และทรงวางแบบการนอนไว้เรียกว่า "สีหไสยา" คือนอนอย่างราชสีห์ การนอนแบบราชสีห์นั้นคือนอนตะแคงข้างขวา เอนไป ทางหลัง ให้หน้าหงายนิดหน่อย มือข้างขวาหนุนศีรษะ แขนซ้ายแนบไปตามตัว วางเท้าทับ เหลื่อมกันนิดหน่อย พอสบาย แล้วตั้งสติ อธิษฐานจิตให้แข็งแรงว่า ถึงเวลานั้นต้องตื่นขึ้น ทำความเพียรต่อไปก่อนหลับ พึงทำสติอย่าให้ไปอยู่กับอารมณ์ภายนอก ให้อยู่ที่จิต ปล่อยวาง อารมณ์เรื่อยไป จนกว่าจะหลับ ถ้าให้สติอยู่กับอารมณ์ภายนอกแล้ว จะไม่หลับสนิทลงได้ ครั้นหลับแล้ว ตื่นขึ้น พึงกำหนดดูเวลา ว่าตรงกับอธิษฐานหรือไม่ ? แล้วพึงลุกออกจาก ออกจากที่นอน ล้างหน้า บ้วนปาก ทำความพากเพียร ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์จากนิวรณ์สืบไป ถ้าสามารถบังคับให้ตื่นได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ไม่เคลื่อนคลาด เชื่อว่าสำเร็จอำนาจบังคับ ตัวเอง ขั้นหนึ่งแล้ว พึงฝึกหัดให้ชำนาญต่อไป ทั้งในการบังคับให้หลับ และบังคับให้ตื่นได้ ตามความต้องการ จึงจะชื่อว่า มีอำนาจเหนือกายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปฏิบัติอบรม จิตใจขั้นต่อๆไป ที่มา www.palungjit.com บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที ตอนที่ 1 : บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ ตอนที่ 2 : ธรรมมะวันหยุดสุดสัปดาห์ ตอนที่ 3 : อภัยทาน การยุติผลกรรมข้ามภพข้ามชาติ ตอนที่ 4 : หลวงพ่อวิญช์ ผุ้ทำโครงการ"ซ่อมแซมพระพุทธรูปทั่วพุทธอาณาจักร"โดยไม่หวังผลตอบแทน ตอนที่ 5 : กรรมทีปนี หรือกฎแห่งกรรม โดยพระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9) ตอนที่ 6 : สมาธิ โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ ตอนที่ 7 : เที่ยววัดวันหยุด สงบจิตจากงาน (บ้างนะ) ตอนที่ 8 : วิธีเจริญกรรมฐาน ๔๐ กอง และวิปัสสนา โดยหลวงปู่มั่น ตอนที่ 9 : ธรรมะของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ตอนที่ 10 : สนิมในใจ พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 11 : เรื่อง กระแสไฟฟ้าแห่งจิต โดย พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 12 : ปัญญาในตัว โดย พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 13 : เรื่อง ธรรมะวันพระ โดย พระราชสุทธิญาณมงคล ตอนที่ 14 : วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ตอนที่ 15 : วิธีอบรมจิตในท่ายืน - ท่าเดิน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ตอนที่ 16 : เรื่อง หลวงพ่อจรัลเล่าเรื่องสมเด็จย่า ตอนที่ 17 : หลวงปู่ขาวท่านตอบคำถามว่าทำไมท่านเลือกวิปัสนา ตอนที่ 18 : พระในบ้าน ตอนที่ 19 : เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต ตอนที่ 20 : เทคนิคทำให้ชีวิตมีความสุขตลอดวัน ตอนที่ 21 : ทองคำต้องสู้ไฟ ไม้ใหญ่ต้องสู้ลม (หลวงพ่อจรัญ) ตอนที่ 22 : ลมหายใจที่ปลายจมูก ตอนที่ 23 : หลวงปู่ท่อนเล่าเรื่อง "นกแขกเต้าโพธิสัตว์ เลี้ยงมารดาตาบอด"

กาม7ระดับที่พระภิกษุและนักปฏิบัติธรรมพึงสังวร | Thanajayo Bhikkhu | 10 A... กิเลส 1,500 นับโดยเอาโลกีย์จิต 81 ดวง นับเป็น 1 บวกด้วยนิปผันรูป 18 เป็น 71 บวกด้วยลักขณรูป 4 เป็น 75 ภายใน 75 ภายนอก 75 เป็น 150 คูณด้วยกิเลส 10 ประการ โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส 1,500 ตัณหา 108 นับโดยเอาอายตนะ ภายใน 6 อายตนะภายนอก 6 (เป็นอายตนะ 12 ) คูณกับ ตัณหา 3 (คือ กามตัณหา,ภวตัณหา,วิภาวะตัณหา่) เป็น 36 คูณด้วย กาล 3 (คืออดีต , ปัจจุบัน , อนาคต ) ได้เป็น 108 ประการ ดังนี้ ธรรมธาน มูลนิธิพุทธมรดก คุณอภิรักษ์ เรียบเรืยง

กาม7ระดับที่พระภิกษุและนักปฏิบัติธรรมพึงสังวร | Thanajayo Bhikkhu | 10 A... #การเกิดครั้งสุดท้าย#กายนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ#จิตนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ#คือมันจะสลัดคืนกายคืนใจให้โลกไป#ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น #พญานกกุณาละในครั้งนั้นเป็นเรา #พญานกดุเหว่าขาวเป็นพระอุทายี #พญาแร้งเป็นพระอานนท์ #นารทฤาษีเป็นพระสารีบุตร #บริษัททั้งหลายเป็นพุทธบริษัท #เธอทั้งหลายจงทรงจำกุณาลชาดกไว้อย่างนี้แล

การนึกถึงพระนิพพานเป็นอารมณ์ โดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อนิมิตตวิโมกข์ อัปปณิหิตวิโมกข์ สุญญตวิโมกข์#ออกจากสังสารวัฏ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#พระนิพพาน#พระอรหันต์#พระอนาคามี#พระสกิทาคามี#พระโสดาบัน #การเข้าผลสมาบัติ#เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน#ที่ได้มาจากอริยผลญาณ #อันบังเกิดแล้วแก่ตน #เพื่อเสวยโลกุตตรสุข #ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น #ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน #พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. #อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. #อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. #ญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์ #บุคคลที่เข้าผลสมาบัติได้ต้องเป็นพระอริยบุคคล คือเป็น พระโสดาบัน พระ สกทาคามี พระอนาคามี หรือ พระอรหันต์ ส่วนปุถุชนจะเข้าผลสมาบัติไม่ได้เลย เป็นอันขาด #พระอริยเจ้าที่จะเข้าผลสมาบัติ ก็เข้าได้เฉพาะอริยผลที่ตนได้ ที่ตนถึงครั้ง สุดท้ายเท่านั้น แม้อริยผลที่ตนได้และผ่านพ้นมาแล้วก็ไม่สามารถจะเข้าได้ กล่าวคือ #พระโสดาบัน ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ โสดาปัตติผล #พระสกทาคามี ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ สกทาคามีผล เท่านั้น จะเข้าโสดา ปัตติผล ซึ่งถึงแม้ว่าตนจะเคยได้เคยผ่านเคยพ้นมาแล้ว ก็หาได้ไม่ #พระอนาคามี ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่เฉพาะ อนาคามีผล #พระอรหันต์ ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ อรหัตตผลโดยเฉพาะเช่นกัน #พระอริยบุคคล ผู้จะเข้าผลสมาบัติ กิจเบื้องต้นก็จะต้องตั้งความปรารถนาว่า จะเข้าผลสมาบัติเป็นเวลา .... (ตามความประสงค์ที่จะเข้าอยู่สักกี่ชั่วโมง หรือกี่วัน) ขอให้ผลจิตที่เคยปรากฏมาแล้วนั้น จงบังเกิดขึ้นตามความปรารถนานี้เถิด #ขณะที่ตั้งความปรารถนา(อธิษฐาน) นี้ กามจิตอันเป็นมหากุสลญาณสัมปยุตต สำหรับพระอริยเบื้องต่ำ ๓ หรือ กามจิตอันเป็นมหากิริยาญาณสัมปยุตต สำหรับ พระอรหันต์ก็เกิด มีวิถีจิตซึ่งเรียกว่า #อธิฏฐานวิถี ดังนี้ น ท มโน ช ช ช ช ช ช ช #ต่อจากอธิฏฐานวิถี #ก็เจริญวิปัสสนาภาวนา #ไตรลักษณ์แห่งรูปนามเป็น อารมณ์ #เริ่มแต่อุทยัพพยญาณเป็นต้นไป #ผลจิตก็จะเกิด วิถีจิตนี้ชื่อว่า ผลสมา บัติวิถี มีวิถีดังนี้ น ท มโน อนุโลม อนุโลม อนุโลม อนุโลม ผล ผล ผล ฯลฯ ฯลฯ อนุโลม ๔ ขณะ #สำหรับมันทบุคคล หรืออนุโลม ๓ ขณะ #สำหรับติกขบุคคล ต่อจากอนุโลม #ผลจิตก็เกิดเรื่อยไปเป็นจำนวนมากมาย ไม่สามารถที่จะประมาณได้ #จนครบกำหนดเวลาที่ตนปรารถนาไว้ #ผลจิตจึงจะหยุดเกิด แล้วก็เป็นภวังคจิตต่อไป ตาม อนึ่ง #จิตในผลสมาบัติวิถีนี้ ไม่เรียกว่า บริกรรม อุปจาระ อนุโลม โคตรภู เหมือนอย่างในมัคควิถี แต่เรียก #อย่างเดียวทั้ง ๔ ขณะ เพราะผลสมาบัติวิถี นี้ #ไม่ได้ทำการประหารกิเลส เหมือนอย่างในมัคควิถี เป็นแต่จิต ๔ ดวงนี้เกิดขึ้น #เพื่ออนุโลมให้จิตถึงพระนิพพาน หรือให้แนบแน่นในอารมณ์พระนิพพาน

พุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ สาวกภูมิ พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงสอนให้หลีกเลี่ยงอารมณ์แต่ทรงสอนให้สำรวมอินทรีย์ เผยแพร่: 3 ก.ค. 2549 14:17 โดย: MGR Online 221 3.2 การทรมานใจ ได้กล่าวถึงการปฏิบัติที่สุดโต่งในข้างการทรมานกายไปแล้ว ต่อไปนี้จะกล่าวถึงความสุดโต่ง ที่เป็นการทรมานใจหรือการทำจิตใจให้ลำบากบ้าง เท่าที่สังเกตดูผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมมักจะมีความสุดโต่งไปในข้างการหลงตามกิเลส แล้วเที่ยว แสวงหาอารมณ์ที่ดีหรือหลีกหนีอารมณ์ที่เลวเพื่อให้ จิตเกิดความสุข แต่เพื่อนนักปฏิบัติจำนวนมากมักจะมีความสุดโต่งไปในข้างการบังคับกดข่มตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยายามควบคุมจิตใจของตนเอง โดยหวังว่าจะทำให้จิตเกิดความสุขสงบ หมดความหวั่นไหวเมื่อต้องกระทบกับอารมณ์ที่ไม่ดีต่างๆ สามารถลดละกิเลสลงได้ และจะช่วยให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ในที่สุด เท่าที่สังเกตดูเห็นว่าการพยายามควบคุมหรือบังคับจิตใจนั้นมีอยู่ 4 ลักษณะ ดังนี้คือ 3.2.1 การพยายามปิดกั้นกิเลสไม่ให้เกิดขึ้น ผู้ปฏิบัติส่วนมากมักเกลียดกิเลส เห็นกิเลสเป็นศัตรูผู้ทำลายความสงบสุขใน 'จิตใจของเรา' จึงพยายามปิดกั้นหรือหาทางป้องกันไม่ให้กิเลสเกิดขึ้นด้วยวิธีการต่างๆ นานา เช่น (1) การพยายามหลีกเลี่ยงการกระทบอารมณ์ทางทวารทั้ง 6 ด้วยการพยายามไม่ดูรูป ไม่ฟังเสียง ไม่ดมกลิ่น ไม่ลิ้มรส ไม่กระทบสัมผัส และไม่คิดนึก เป็นต้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเราหลีกเลี่ยงการกระทบอารมณ์ทางทวารทั้ง 6 ไม่ได้ จริง คือเมื่อมีตาก็ต้องเห็นรูป เมื่อมีหูก็ต้องได้ยินเสียง เมื่อมีจมูกก็ต้องได้กลิ่น เมื่อมีลิ้นก็ต้องกระทบรส เมื่อมีกายก็ต้องกระทบสัมผัสทางกาย และเมื่อมีใจก็ต้องคิดนึกปรุงแต่ง จะหลีกเลี่ยงอารมณ์ไปไม่ได้เลย แต่พวกเราบางคนก็พยายามเลี่ยงอารมณ์ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพื่อจะได้ไม่ต้องได้เห็นหรือได้ยินสิ่งที่รบกวนจิตใจ การเอาน้ำร้อนล้างอาหารให้จืดชืดเพื่อ ทำลายรสก่อนจะรับประทาน การเพ่งใส่ความคิดเพื่อให้หยุดคิด และการทำสมถกรรมฐานเพื่อให้จิตแนบแน่นสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว เป็นต้น แท้จริงความพยายามที่จะไม่ให้กิเลสเกิดขึ้น ก็เป็นไปด้วยอำนาจของตัณหาและทิฐินั่นเอง คือ เป็นไปตามความอยากที่จะไม่ให้อกุศลเกิดขึ้น และเป็นไปตามความเห็นผิดที่ว่าเราสามารถบังคับควบคุมจิตใจไม่ให้อกุศลเกิดขึ้นได้เพราะจิตใจเป็นตัวเราของเรา ดังนั้นวิธีการเช่นนี้จึงไม่ใช่ การปิดกั้นอกุศลไม่ให้เกิดขึ้น แต่เป็นการกระทำด้วยอำนาจบงการของอกุศลคือตัณหาและทิฐินั่นเอง นอกจากนี้อกุศลจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ไม่ได้เป็นไปตามใจอยาก แต่เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของมันเอง เช่น โทสะจะเกิดขึ้นได้หากจิตมี ปฏิฆานุสัยหรือความเคยใจที่จะขัดเคืองเป็นทุนเดิม อยู่แล้ว เมื่อเกิดการกระทบอารมณ์ที่ไม่ดี จิตก็จะปรุงแต่งโทสะขึ้นมาได้ หากจิตไม่มีปฏิฆานุสัย หรือได้รับการกระทบอารมณ์ที่ดี โทสะก็ไม่เกิดขึ้น เป็นต้น หากการหลีกเลี่ยงการกระทบอารมณ์เป็นวิธี การปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง บรรดาท่านที่พิการทางสายตาหรือพิการทางหูก็น่าจะบรรลุธรรมได้เร็วกว่า คนปกติ เพราะสามารถลดการกระทบอารมณ์ลงได้ บางทวาร แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็น เช่นนั้นเลย บุคคลผู้บ้าใบ้บอดหนวกมาแต่กำเนิดกลับไม่สามารถปฏิบัติธรรมจนบรรลุมรรคผลนิพพานได้ เพราะหากไม่มีการกระทบอารมณ์ ผู้ปฏิบัติก็ไม่สามารถเจริญวิปัสสนากรรมฐานได้ เนื่องจากวิปัสสนากรรมฐานจะเริ่มต้นขึ้นได้เมื่อผู้ปฏิบัติมีสติระลึกรู้สภาวะของอารมณ์รูปนามที่ปรากฏทางทวารทั้ง 6 และมีปัญญาเข้าใจลักษณะของรูปนามนั้นได้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ดังนั้นการหลีกหนีอารมณ์แม้จะนำความสงบสุขมาให้ได้ก็จริง แต่ก็ปิดกั้นการเจริญปัญญาคือการรู้รูปนามตามความเป็นจริงไปด้วย พระพุทธเจ้าจึงไม่ได้ทรงสอนให้ผู้ปฏิบัติหลีกเลี่ยงอารมณ์ แต่ทรงสอนให้สำรวมอินทรีย์คือให้มีสติรู้เท่าทันจิตของตนเมื่อมีการกระทบอารมณ์ การหลีกหนีอารมณ์กับการสำรวมอินทรีย์เป็นสิ่งที่แตกต่างกัน เพราะการหลีกหนีอารมณ์คือ การหลีกเลี่ยงการรับรู้อารมณ์ แต่การสำรวมอินทรีย์ หมายถึงการมีสติคุ้มครองจิตเมื่อมีการกระทบอารมณ์ กล่าวคือเมื่อตามองเห็นรูปแล้วเกิดความยินดียินร้ายขึ้นที่ใจ ก็ให้มีสติรู้เท่าทันความยินดียินร้ายนั้น เมื่อหูได้ยินเสียง หรือเมื่อใจกระทบธัมมารมณ์แล้วเกิดความยินดียินร้ายขึ้นที่ใจ ก็ให้ มีสติรู้เท่าทันความยินดียินร้ายนั้น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งถ้าอารมณ์นั้นรุนแรงมาก เราจะสู้ไม่ไหวจริงๆ เราจะหลีกหนีอารมณ์นั้นก็ได้ แต่เป็นการหนีเพื่อตั้งหลัก ไม่ใช่หนีเพราะคิดว่า การหนีจะช่วยให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ง่ายๆ เช่น พระหนุ่มเณรน้อยไปพบสาวแล้วเกิดหลงรัก ถ้าไม่สามารถรักษาจิตใจของตนได้อย่างนี้ ครูบาอาจารย์ท่านก็สอนให้แบกกลดสะพายบาตรหนีเอาตัวรอดไปก่อน เพราะจำเป็นต้องทำอย่างนั้น แล้วค่อยไปฝึกฝนพัฒนาจิตเพื่อให้พ้นจากกามราคะในโอกาสต่อไป (2) การพยายามควบคุมจิตไม่ให้กระเพื่อมหวั่นไหวเมื่อต้องกระทบอารมณ์ X ด้วยการเพ่งอารมณ์อันใดอันหนึ่งอันเป็นวิธีการของสมถกรรมฐาน เช่น (ก) เมื่อตาเห็นรูปก็พยายามเพ่งจิตให้นิ่งให้ว่าง หรือ (ข) คอยเพ่งกายทั้งกายหรือเพ่งบางส่วนของกาย เช่น เพ่งลมหายใจ เพ่งมือ เพ่งเท้า และเพ่งท้องอยู่ตลอดเวลา จนจิตนิ่ง แข็ง หนัก และซึมทื่อ จะได้ไม่เกิดปฏิกิริยาเป็นยินดียินร้ายต่อรูปที่ตามองเห็น หรือ (ค) พยายาม บริกรรมหรือกำหนดลมหายใจเพื่อตัดกระแสความ คิดอันเป็นต้นทางให้เกิดกิเลส โดยพยายามไม่ให้เกิดกามวิตกเพื่อไม่ให้เกิดกามราคะ พยายามไม่ให้เกิดพยาบาทวิตกเพื่อไม่ให้เกิดโทสะ และ (ง) บางท่านพยายามตัดกระบวนการปรุงแต่งของจิตไม่ให้เกิดความยินดียินร้าย ด้วยการใช้ความคิดพิจารณาว่าสิ่งที่ตาเห็นเป็นรูปไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา จิตก็จะไม่ปรุงแต่งเป็นความยินดียินร้ายใดๆ ขึ้นมา เป็นต้น วิธีการเช่นว่านี้แม้จะทำให้อกุศลธรรมหยาบๆ เกิดขึ้นไม่ได้ก็จริง แต่เป็นวิธีการที่ไม่เปิดทางให้เกิดวิปัสสนาปัญญา เพราะยิ่งปฏิบัตินานไปก็จะยิ่งพอกพูนความเห็นผิดว่าจิตเป็นสิ่งที่เราบังคับควบคุมได้ แทนที่จะเห็นความจริงว่า จิตและธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

Mahabodhi temple #Rainy season at#Bodhgaya#เราเป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในโ... TH ข้ามการนำทาง Mahabodhi temple 7 รูปโปรไฟล์ หน้าแรก Shorts การติดตาม คลังวิดีโอ ตัวกรอง กำลังเล่น วางเมาส์เหนือวิดีโอเพื่อเล่น The Unknown History and Shocking Facts of Mahabodhi temple- "Bodhgaya" การดู 1.9 หมื่น ครั้ง 8 เดือนที่ผ่านมา Bodhisattva Prince Siddhartha renounced the material world in search of enlightenment at the age of 29 years. He left the capital city of ... Intro | History of Mahabodhi Temple | Turk Invasion and Decline of Mahabodhi Temple | The Last Buddhist Abbot | Appropriation by Hindu Mahant | Struggle for Rights on the Temple | Current Status 7 บท 3:00 กำลังเล่น Mahabodhi Temple Complex at Bodh Gaya (UNESCO/NHK) การดู 2.8 แสน ครั้ง 9 ปีที่แล้ว UNESCO The Mahabodhi Temple Complex is one of the four holy sites related to the life of the Lord Buddha, and particularly to the ... Where is the Mahabodhi Temple situated? | What religion is Bodh Gaya? | When was Bodh Gaya built? 3 ช่วง 1:55 กำลังเล่น Mahabodhi temple #Rainy season at#Bodhgaya#เราเป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในโลกทั้งสามอีกต่อไป#Nivarana ไม่มีการดู 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา เราไม่พัก เราไม่เพียร เราข้ามโอฆะได้แล้ว เราเป็นผู้ที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องในโลกทั้งสามอีกต่อไป#ออกจากสังสารวัฏ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#วิมุตติความหลุดพ้น #การเกิดอริยมรรค ... ใหม่ 36:25 กำลังเล่น Maha Bodhi Temple/Dorjeden/Bodhgaya Bihar. 2020 การดู 7.3 แสน ครั้ง 3 ปีที่แล้ว tenzin jamphel Come, let's visit the Holy Vajrasana (Bodhgaya)! This short video is primarily dedicated to those Buddhist devotees and others ... 3:32 กำลังเล่น Holy Bodhi tree of Bodhgaya -routine health examine by the Scientists from FRI Dehradun. การดู 810 ครั้ง 1 วันที่ผ่านมา MAHABODHI TEMPLE Office On 15th of May 2023, Forest Research Institute Dehradun, Scientists Dr. Amit Pandey and Dr. Santan Barthwal visited temple ... ใหม่ 4K Shorts #day6 MAHABODHI TEMPLE BODHGAYA #buddha #temple #mahabodhitemple #latest #bihar #bihartourism การดู 5.8 หมื่น ครั้ง Mahabodhi Tree, Bodhgaya: Where Buddha Attained Enlightenment #Shorts การดู 1.1 หมื่น ครั้ง Mahabodhi Temple , Bodh Gaya, Bihar การดู 7.5 พัน ครั้ง Bodh Gaya Mahabodhi Temple is now reopened for visitors from 7th Feb. 2022 —BTMC office การดู 1.6 หมื่น ครั้ง Mahabodhi Temple Complex at Bodh Gaya, India การดู 1.2 พัน ครั้ง Mahabodhi temple การดู 14 ครั้ง SHORTS กำลังเล่น Mahabodhi Temple , Bodh Gaya, Bihar การดู 7.5 พัน ครั้ง 3 เดือนที่ผ่านมา Greater Bharat महाबौधि मंदिर बौद्ध गया,बिहार में स्थित एक प्रसिद्ध बौद्ध मंदिर है ... MAHABODHI TEMPLE Office @MAHABODHITEMPLEOffice•ผู้ติดตาม 5.92 พัน คน Official site of BODHGAYA TEMPLE MANAGEMENT COMMITTEE, INDIA. Please subscribe for Mahabodhi Temple Bodh Gaya ... ติดตามแล้ว 7:46 กำลังเล่น Pilgrimage to the Mahabodhi Temple การดู 2.3 ล้าน ครั้ง 4 ปีที่แล้ว Dalai Lama His Holiness the Dalai Lama's visit to the Mahabodhi Temple in Bodhgaya, Bihar, India on December 17, 2018. Shorts Bodh Gaya Mahabodhi Temple is now reopened for visitors from 7th Feb. 2022 —BTMC office การดู 1.6 หมื่น ครั้ง Mahabodhi Temple Complex at Bodh Gaya, India การดู 1.2 พัน ครั้ง Mahabodhi temple การดู 14 ครั้ง His Holiness the Dalai Lama visits Mahabodhi temple in Bodh gaya การดู 2.6 พัน ครั้ง Bodh Gaya-Complete Tour | Best Of Bodh Gaya,India #shorts #bodhgaya #buddha การดู 1.5 แสน ครั้ง The holy Bodhi tree, India. การดู 8.7 พัน ครั้ง 21:07 กำลังเล่น The history of mahabodhi temple of bodhgaya | महाबोधी मंदिर का इतिहास การดู 7 หมื่น ครั้ง 8 เดือนที่ผ่านมา Buddha Paradise MB01 | The history of mahabodhi temple of bodhgaya | महाबोधी मंदिर का इतिहास About this video: Hii. 1:56 กำลังเล่น World Earth Day 2023 || A prayer for the Earth @ Mahabodhi Temple Bodhgaya การดู 643 ครั้ง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา MAHABODHI TEMPLE Office Monks prayer in the premises of Mahabodhi Temple on World Earth Day 2023, Bodhgaya Bihar. Chanting for the Earth at ... 4K วิดีโออื่นที่ผู้คนรับชม 12:49 กำลังเล่น ဗုဒ္ဓဂါယာ Bodh Gaya (The Land of Enlightenment) การดู 1.7 หมื่น ครั้ง 1 ปีที่แล้ว Zaw's LeisureTime ဗုဒ္ဓ ဂါယာ ဘုရားဖူးခရီး Bodh Gaya (The Land of Enlightenment) PLEASE Subscribe to Zaw's ... 0:50 Now we are heading to The Mahabodhi Temple. It is 5-minute driving distance from our Hotel We hired the private car with a ... คำบรรยาย 2:20 กำลังเล่น Special decorations on Buddha Jayanti 2023 (Vesak Day) inside Temple premises. การดู 6.1 พัน ครั้ง 13 วันที่ผ่านมา MAHABODHI TEMPLE Office Greetings from Bodhgaya -Land of Enlightenment. Decoration and special lights arrangement on this auspicious day by the ... 4K 14:12 กำลังเล่น Celebration of Buddha Jayanti at Bodhgaya, India -Land of enlightenment. การดู 4.8 พัน ครั้ง 11 วันที่ผ่านมา MAHABODHI TEMPLE Office Happy Buddha Jayanti Greetings on the auspicious occasion of 2567th Vesak full moon celebration on 5th May 2023 at ... 4K 1:49 กำลังเล่น View of full moon on auspicious Vesak day from Mahabodhi Temple Bodhgaya การดู 609 ครั้ง 10 วันที่ผ่านมา MAHABODHI TEMPLE Office On the auspicious occasion of full moon Vesak the Bodhgaya Temple Management Committee offerings 2567 candle lights in the ... 4K +อีก 6 6:48 กำลังเล่น H.H. the Dalai Lama offered prayer inside the sanctum of Mahabodhi Temple BodhGaya on 23 Dec. 2022 การดู 2.2 หมื่น ครั้ง 4 เดือนที่ผ่านมา MAHABODHI TEMPLE Office 23rd Dec. 2022 -His Holiness the 14th Dalai Lama offered special prayers inside the Mahabodhi Temple in Bodh Gaya after a gap ... 4:20 กำลังเล่น Pilgrimage to Mahabodhi Temple at the End of Bodhgaya Visit การดู 1.7 แสน ครั้ง 3 ปีที่แล้ว Dalai Lama His Holiness the Dalai Lama's pilgrimage to the Mahabodhi Temple (site of the Buddha's enlightenment) on the last day of his visit ... ผู้คนยังค้นหา 32:40 กำลังเล่น Daily Chanting at Bodhgaya Mahabodhi Temple การดู 1.2 ล้าน ครั้ง 7 ปีที่แล้ว Tumek Pham Kinh tụng hàng ngày tại Tháp Đại Giác, Bồ Đề Đạo Tràng 30 phút sáng và tối Daily chanting at Bodhgaya Mahabodhi Temple, ... 2:25 กำลังเล่น Large statue of Lord Buddha inside Mahabodhi Temple, Bodhgaya การดู 3 หมื่น ครั้ง 8 ปีที่แล้ว WildFilmsIndia Statue of Lord Buddha inside Mahabodhi Temple at Bodhgaya in Bihar. Statues of Lord Buddha is crafted all over the temple ... สำหรับคุณ 2:35 กำลังเล่น สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการ การดู 8 ครั้ง 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา เราไม่มีการโน้มเอียงไปสู่การเกิด เราจะเป็นแต่ตัวเราเองเท่านั้น สามแดนโลกธาตุ#หาที่จะหยั่งเท้าลงไม่ได้เลย#การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจ ...

การสำเร็จมรรคผล#ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้ามีใจเป็นใหญ่สําเร็จด้วยใจ สังสารวัฏนี้น่ากลัว เพราะมันปิดบังตัวเองได้ กระทู้คำถาม ศาสนาพุทธ ความจริงเกี่ยวกับความจำที่อาจไม่สนุกนัก และนับเป็นเรื่องน่ากลัวของสังสารวัฏก็คือ ธรรมชาติเองก็เล่นเกม "ลบความทรงจำ" ปล่อยให้เราทำดีทำชั่ว และรับผลดีผลชั่วอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแบบนี้มานับชาติไม่ถ้วนอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครจำได้ ว่าตัวเองเกิดมาเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างที่เป็น และทำไมต้องเจอกับอะไรที่เจอ ความทรงจำในอดีตชาติของเราถูกลบเลือนไปสิ้นในช่วงแห่งภวังค์ ๙ เดือนในท้องแม่ ถ้าเราจำได้ว่าเคยทำอะไรไว้ เคยถูกลงโทษไว้สาหัสสากรรจ์จนทุกข์ทรมานเพียงไหน เราคงไม่กล้าอีก... ที่จะทุจริตฉ้อโกง ทำร้ายหรือทำลายชีวิตใคร ฯลฯ อย่างน้อยย่อมมีความเข็ดขยาดอย่างแรงกล้า แม้สิ่งยั่วยุตรงหน้าจะล่อใจเพียงใดก็ตาม เหมือนเด็กที่รู้แล้วว่าการเอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟมันเจ็บปวดขนาดไหน แล้วเข็ดที่จะทำอีก แต่เพราะเราจำไม่ได้ และเราต่างก็ยังดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ ด้วยความไม่รู้ และไม่สนใจกระทั่งที่จะศึกษาเรียนรู้ เราก็ได้แต่เสี่ยงผิดเสี่ยงถูก ทำอะไรกันไปตามสัญชาตญาณเพื่อสนองกิเลสเฉพาะหน้าเป็นคราว ๆ ไปเท่านั้น หลวงพ่อปราโมทย์ท่านเคยเปรยขึ้นมาครั้งหนึ่งนะว่า "ถ้าเราความจำดีนะ... จะหนาว..." ท่านพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ แล้วก็ทิ้งท้ายไว้ด้วยความเงียบครู่หนึ่งอย่างนั้น จนทำให้รู้สึกว่าคำว่า "จะหนาว" คำนั้น น่ากลัวและเย็นยะเยือกเกินจินตนาการยิ่งนัก "ถ้ามองย้อนลงไป... มองย้อนลงไป...ได้นะ จะหนาวจริง ๆ สังสารวัฏนี้น่ากลัว เพราะมันปิดบังตัวเองได้" "นรกผ่านมาแล้วทุกคนนะ เดรัจฉานเป็นมาแล้วนะ เป็นกันมาหมดแล้ว..." หลวงพ่อท่านต่อท้ายไว้เสียน่าหนาวสันหลัง เคยคิดไหมคะว่า เราเคยทำอะไรไว้บ้าง แล้วที่คิด ๆ ทำ ๆ อยู่ทุกวันนี้ จะซัดเราไปสู่อัตภาพแบบไหนหลังความตายได้อีก เดรัจฉาน หรือนรกนั้น ไม่ใช่เรื่องเกินวิสัยเลย เราเดิน ๆ กันอยู่แค่ปากเหวนี่เอง ถ้าเป็นมนุษย์กิเลสหนาอย่างเรา ๆ ที่ไม่มีความสามารถระลึกถึงอดีตชาติเช่นนั้นได้ ก็คงรับผลไปอย่างงง ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ตัวเองนั่นแหละที่สร้างเหตุแห่งความเป็นเช่นนี้ไว้ "ความจำ" มีศัพท์เทคนิคในทางพุทธศาสนาอยู่คำหนึ่ง คือคำว่า "สัญญา" ซึ่งไม่ได้หมายถึงคำมั่นสัญญานะ แต่มีความหมายถึง ความจำได้หมายรู้ พระพุทธเจ้าท่านพูดถึง สัญญา หรือความจำนี้ ว่าไม่เที่ยง ไม่มีอะไรเป็นประกันได้เลยว่า เกิดใหม่เราจะเป็นอย่างไร จะคิดอย่างไร ไม่ว่าชาตินี้เราจะเป็นคนแสนดี หรือรู้จักจดจำข้อธรรมได้มากมายแค่ไหนก็ตาม พอตายแล้วเกิดใหม่ เราก็จำไม่ได้อยู่ดี และถ้าเราเป็นคนเลวในอนาคต ก็ต้องรับกรรมด้วยการไปเกิดในอบาย
#
#วิมุตติความหลุดพ้น#มรรควิถีของมันทบุคคล#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆ #การเกิดมรรคผล #ทางพระนิพพาน#การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ #มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด#มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด

การสำเร็จมรรคผล #วิมุตติความหลุดพ้น#มรรควิถีของมันทบุคคล#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆ #การเกิดมรรคผล #ทางพระนิพพาน#การบรรลุมรรคผล#จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ#จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่#บางคนอาจจะถ่ายออกมามากอย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ #มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด#มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด

ปล่อยวาง2+19+20ธรรมะก่อนนอน ธรรมะสอนใจธรรมะเตือนสติได้ข้อคิดดีมากๆฟังแล้... #พอจิตดวงเก่ามันดับไป #จิตที่อยู่ในภพภูมิต่างๆมันดับไป#มันทวนกระแสเข้าหาจิตที่เหนือภพเหนือภูมิ ทวนกระแสเข้ามา#ขณะที่มันปล่อยวางจิตดวงเดิมนะ แล้วก็ทวนเข้ามาแต่ยังไม่ถึงธาตุรู้นะ #คาบลูกคาบดอก#ไม่ได้เกาะขันธ์แล้วนะ แต่ก็ยังเข้ามาไม่ถึงตัวธาตุรู้ #ไม่ถึงอมตะธาตุอมตะธรรม ไม่ถึงพระนิพพาน #ธาตุรู้ไม่ใช่พระนิพพานนะ แต่ธาตุรู้ไปเห็นพระนิพพาน #ต้องแยกให้ออก#มันยังทวนไม่ถึงธาตุรู้ ไม่ใช่ปุถุชน ไม่ใช่พระอริยะ#ทำไมไม่ใช่ปุถุชน เพราะมันปล่อยขันธ์แล้ว #ขันธ์สุดท้ายที่มันปล่อยก็คือจิต#การเข้ามรรค ไม่ยากนัก #โดยเฉพาะโสดาปัตติมรรค จริงๆ การเข้าโสดาเป็นแค่การเริ่มประจักษ์แจ้งว่าสิ่งทั้งปวงไม่เป็นตนจริง ๆ ต้องเรียกว่าดับสักกายทิฏฐิ #สักกายทิฏฐิคือมีทัศนคติ หรือมีความเห็นว่า สิ่งนั้นเป็นตน สิ่งนี้เป็นตน นั่นคือสักกายทิฏฐิเป็นเรื่องของความคิดเห็นในทัศนคติ แต่ถ้าดับความคิดเห็นตัวนี้ได้สนิทแน่นอน ไม่มีวันกำเริบอีก #บรรลุธรรมแล้ว ทันทีที่ดับได้หนึ่งตัว ดับตัวนี้ได้แน่นอน เข้ามรรค ถ้าจะเข้าผล ก็จะต้องละวิจิกิจฉา #ความลังเลสงสัยในความบริสุทธิ์ ในพระนิพพาน ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ #พอละความลังเลสงสัยได้ ศรัทธาจะเต็ม ศรัทธาจะเต็มเปี่ยมมาก พอศรัทธาเต็มเปี่ยมแล้วเอาศรัทธานี่แหละมา #calibrate วิถีชีวิตของเราให้อยู่ในครรลองธรรม #ทันทีที่ได้สองตัวนี้ต่อเนื่องมาอีก ก็เข้าผล #เป็นโสดาปัตติผล ทีนี้ในทุกขั้นตอน #โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนแรกของการเกิดมรรค #กับขั้นตอนของผล ทั้ง 3 ทั้ง 4 คือ#โสดา #สกทา #อนาคา #อรหัตผล #จะไม่ใช่เฉพาะการ transform #ทางจิตใจเท่านั้น #จะมีการปรับเปลี่ยนทางร่างกายขนานใหญ่ด้วย #เมื่อเรา transform ไปสู่มรรคก็ดี หรือ transform ไปสู่ผลก็ดี #จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ #จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่ #บางคนอาจจะถ่ายออกมามาก อย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด #มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด บางคน#มีอาการระเบิดอยู่ภายใน #คือสิ่งที่เราอัดอั้นสะสมไว้ มันถูกทลายออกไป สะสมไว้เป็นอะไร เป็นอารมณ์ เป็นตัวตน ซึ่งมันไม่ได้มีอยู่จริงพวกนี้ เป็นแค่เราไปยึด ๆ ยึด ๆ รวม ๆ #กันไว้มันเลยเป็นกลุ่มก้อนความรู้สึก #แล้วสิ่งเหล่านี้มันถูกระเบิดออกไป หรือทำให้มันขาดไป #พอสิ่งเหล่านี้ขาดไป หรือสลายไป มันก็#เลยมีผลกระทบไปที่ #ร่างกาย เพราะกายนี้เป็นไปตามอำนาจใจ

รู้แจ้งในจิตจึงจะปล่อยวางจิต :: หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 มีนาคม 2566 ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนาวันที่ 4 มีนาคม 2566 สามารถคลิกลิงค์เพื่อชมพระธรรมเทศนาในวันดังกล่าวได้ที่ • สิ่งที่เรียกว่าทุ... กิเลสตัวสุดท้าย คือตัวอวิชชา คือความรู้แจ้งแทงตลอด เราเรียนรู้กายแล้ว เราเห็นแล้วกายนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ในขั้นของพระอนาคามี หมดความยึดถือกายแล้ว ในขั้นของจิตก็จะเห็นจิตเองก็ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเหมือนกัน ก็จะปล่อยวางจิต บางท่านเห็นจิตไม่เที่ยง ก็หลุดพ้นด้วยอนิมิตตวิโมกข์ เรียกอนิมิตตวิโมกข์ ไม่มีเครื่องหมาย ไม่มีเครื่องสังเกต เพราะอะไร ทุกอย่างเกิดแล้วดับหมด บางท่านบรรลุพระอรหันต์ ด้วยการเห็นทุกข์ ทุกขตา เรียกว่าอัปปณิหิตวิโมกข์ เห็นจิตเองก็ถูกบีบคั้น เวลาที่เห็นจิตถูกบีบคั้น ไม่ใช่จิตต้องกระทบอารมณ์ใด ๆ เลย ตัวจิตเองนั่นล่ะทุกข์อยู่โดยตัวของมันเอง มันถูกบีบคั้นอยู่ในตัวของมันเอง ที่ว่าทุกข์ ๆ ในโลก มาเทียบกับทุกข์ของจิต เทียบกันไม่ติดเลย ตัวจิตผู้รู้ที่ว่าเป็นตัวดีตัววิเศษนั้น เอาเข้าขั้นสุดท้าย มันจะแสดงธรรมะให้ดู มันจะทุกข์ ทุกข์เหมือนภูเขาลูกใหญ่ ๆ ลงมาบด ไม่ใช่มาทับ มาบด บดขยี้ลงไปที่จิตนั้น ซ้ำแล้วซ้ำอีก โอ๊ย มันทุกข์จนไม่มีอะไรจะทุกข์เสมอ จนกระทั่งยอมปล่อยวางจิต ไม่อย่างนั้นไม่ยอม พวกที่ต้องเห็นทุกข์ของจิตอย่างรุนแรงนี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกทรงฌานสมาบัติ พวกนี้จิตมีความสุขมาก เวลาที่อินทรีย์แก่กล้า บารมีแก่กล้าพอแล้ว ต้องเห็นจิตมันเป็นทุกข์ ถึงจะยอมวาง พวกนี้หลุดพ้นด้วย อัปปณิหิตวิโมกข์ พวกนี้ส่วนใหญ่ก็คือพวกทรงฌาน อีกพวกหนึ่งท่านบรรลุด้วยสุญญตวิโมกข์ เห็นจิตเป็นอนัตตา ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เอาไว้ทำไม ขว้างทิ้งเลย โยนทิ้งเลย ตรงนี้ก็เรียกว่าท่านมีศีลบริบูรณ์ สมาธิบริบูรณ์ ปัญญาบริบูรณ์ ปัญญาบริบูรณ์ก็ปล่อยแล้ว ถ้ายังสงวนรักษาจิต ยังถนอมรักษาจิตอยู่ งานยังไม่จบหรอก แล้วเรา มันเกินภูมิของเราจะรู้ เพียงแต่ว่าสำรวมระวังไว้นิดหนึ่ง เวลาเขาโฆษณาว่าใครบรรลุพระอรหันต์ เฉย ๆ อย่าแตกตื่น ใช้หลักที่พระพุทธเจ้าบอก ไม่อนุโมทนา แล้วก็ไม่ปฏิเสธ เพราะเรายังไม่รู้ วางใจเป็นกลางก่อน ถ้าเชื่อเลยก็โง่ ถ้าไม่เชื่อเลยก็ดื้อด้านไป อาจจะไปเจอของจริง เดี๋ยวจะซวย จะลำบาก ฉะนั้นเฉย ๆ เป็นกลาง แขวนไว้ก่อน เราไม่รู้
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
































































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น