Buddha Hi Buddha Hai Brand กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มคุณภาพ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มอื่นๆ หน้าแรก ธรรมะ ธรรมทาน เป็นทานอันสูงสุด ภาค ธรรมะวันหยุด Meditate ผู้เขียน : Meditate อัพเดท: 09 ส.ค. 2010 16.40 น. บทความนี้มีผู้ชม: 503127 ครั้ง ธรรมทาน เป็นทานอันสูงสุด ขอทำหน้าที่นี้ อีก คน เพื่อ ปัจจัย แห่งการรู้ การมีสติ ทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่น ที่สนใจ วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) หั ว ข้ อ เ รื่ อ ง ที่ ๙ : วิธีนอนเจริญฌาน โ ด ย : พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) สำนักปฏิบัติธรรมเขาสวนกวาง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น วิธีนอนเจริญฌานมี ๒ อย่าง คือนอนพักผ่อนร่างกาย กับนอนเพื่อหลับ ซึ่งมีวิธีปฏิบัติต่าง กันดังนี้ ๑. นอนพักผ่อนร่างกาย คือ เมื่อเจริญฌานในอิริยาบถทั้ง ๓ มาแล้ว เกิดความมึนเมื่อยหรือ อ่อนเพลียร่างกาย ก็พึงนอนเอนกายเสียบ้าง นอนในท่าที่สบายๆ ตามถนัดจะหลับตาหรือ ลืมตาก็ได้กำหนดใจอยู่ในกรรมฐานข้อใดข้อหนึ่ง หรือเอาสติควบคุมใจให้สงบนิ่งอยู่เฉยๆ ก็ได้ ๒. นอนเพื่อหลับ การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่จำเป็นของร่างกาย ใครๆก็เว้นไม่ได้ แม้แต่ พระอรหันต์ก็ต้องพักผ่อนหลับนอนเช่นเดียวกันกับปุถุชน ที่ท่านว่าพระอรหันต์ไม่หลับเลย นั้น ท่านหมายทางจิตใจต่างหาก มิได้หมายทางกาย การหลับนอนแต่พอดี ย่อมทำให้ ร่างกายสดชื่นแข็งแรง ถ้ามากเกินไป ก็ทำให้อ้วนเทอะทะ ไม่แข็งแรง ถ้าน้อยเกินไปก็ทำให้ อิดโรย อ่อนเพลีย ความจำเสื่อมทรามและง่วงซึมประมาณที่พอดีนั้น สำหรับผู้ที่ทำงานเบา เพียง ๔ - ๖ ชั่วโมง เป็นประมาณพอดี แต่สำหรับผู้ที่ทำงานหนัก ต้องถึง ๘ ชั่วโมงจึงจะ พอดี ในเวลาประกอบความเป็นผู้ตื่น ( ชาคริยานุโยค ) นั้น ทรงแนะให้พักผ่อนหลับนอน เพียง ๔ ชั่วโมง เฉพาะยามท่ามกลางของราตรีเพียงยามเดียว เวลานอกนั้นเป็นเวลา ประกอบความเพียรทั้งสิ้น และทรงวางแบบการนอนไว้เรียกว่า "สีหไสยา" คือนอนอย่างราชสีห์ การนอนแบบราชสีห์นั้นคือนอนตะแคงข้างขวา เอนไป ทางหลัง ให้หน้าหงายนิดหน่อย มือข้างขวาหนุนศีรษะ แขนซ้ายแนบไปตามตัว วางเท้าทับ เหลื่อมกันนิดหน่อย พอสบาย แล้วตั้งสติ อธิษฐานจิตให้แข็งแรงว่า ถึงเวลานั้นต้องตื่นขึ้น ทำความเพียรต่อไปก่อนหลับ พึงทำสติอย่าให้ไปอยู่กับอารมณ์ภายนอก ให้อยู่ที่จิต ปล่อยวาง อารมณ์เรื่อยไป จนกว่าจะหลับ ถ้าให้สติอยู่กับอารมณ์ภายนอกแล้ว จะไม่หลับสนิทลงได้ ครั้นหลับแล้ว ตื่นขึ้น พึงกำหนดดูเวลา ว่าตรงกับอธิษฐานหรือไม่ ? แล้วพึงลุกออกจาก ออกจากที่นอน ล้างหน้า บ้วนปาก ทำความพากเพียร ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์จากนิวรณ์สืบไป ถ้าสามารถบังคับให้ตื่นได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ไม่เคลื่อนคลาด เชื่อว่าสำเร็จอำนาจบังคับ ตัวเอง ขั้นหนึ่งแล้ว พึงฝึกหัดให้ชำนาญต่อไป ทั้งในการบังคับให้หลับ และบังคับให้ตื่นได้ ตามความต้องการ จึงจะชื่อว่า มีอำนาจเหนือกายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปฏิบัติอบรม จิตใจขั้นต่อๆไป ที่มา www.palungjit.com บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที ตอนที่ 1 : บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ ตอนที่ 2 : ธรรมมะวันหยุดสุดสัปดาห์ ตอนที่ 3 : อภัยทาน การยุติผลกรรมข้ามภพข้ามชาติ ตอนที่ 4 : หลวงพ่อวิญช์ ผุ้ทำโครงการ"ซ่อมแซมพระพุทธรูปทั่วพุทธอาณาจักร"โดยไม่หวังผลตอบแทน ตอนที่ 5 : กรรมทีปนี หรือกฎแห่งกรรม โดยพระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9) ตอนที่ 6 : สมาธิ โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ ตอนที่ 7 : เที่ยววัดวันหยุด สงบจิตจากงาน (บ้างนะ) ตอนที่ 8 : วิธีเจริญกรรมฐาน ๔๐ กอง และวิปัสสนา โดยหลวงปู่มั่น ตอนที่ 9 : ธรรมะของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ตอนที่ 10 : สนิมในใจ พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 11 : เรื่อง กระแสไฟฟ้าแห่งจิต โดย พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 12 : ปัญญาในตัว โดย พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 13 : เรื่อง ธรรมะวันพระ โดย พระราชสุทธิญาณมงคล ตอนที่ 14 : วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ตอนที่ 15 : วิธีอบรมจิตในท่ายืน - ท่าเดิน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ตอนที่ 16 : เรื่อง หลวงพ่อจรัลเล่าเรื่องสมเด็จย่า ตอนที่ 17 : หลวงปู่ขาวท่านตอบคำถามว่าทำไมท่านเลือกวิปัสนา ตอนที่ 18 : พระในบ้าน ตอนที่ 19 : เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต ตอนที่ 20 : เทคนิคทำให้ชีวิตมีความสุขตลอดวัน ตอนที่ 21 : ทองคำต้องสู้ไฟ ไม้ใหญ่ต้องสู้ลม (หลวงพ่อจรัญ) ตอนที่ 22 : ลมหายใจที่ปลายจมูก ตอนที่ 23 : หลวงปู่ท่อนเล่าเรื่อง "นกแขกเต้าโพธิสัตว์ เลี้ยงมารดาตาบอด"

Brand กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มคุณภาพ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มอื่นๆ หน้าแรก ธรรมะ ธรรมทาน เป็นทานอันสูงสุด ภาค ธรรมะวันหยุด Meditate ผู้เขียน : Meditate อัพเดท: 09 ส.ค. 2010 16.40 น. บทความนี้มีผู้ชม: 503127 ครั้ง ธรรมทาน เป็นทานอันสูงสุด ขอทำหน้าที่นี้ อีก คน เพื่อ ปัจจัย แห่งการรู้ การมีสติ ทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่น ที่สนใจ วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) หั ว ข้ อ เ รื่ อ ง ที่ ๙ : วิธีนอนเจริญฌาน โ ด ย : พระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) สำนักปฏิบัติธรรมเขาสวนกวาง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น วิธีนอนเจริญฌานมี ๒ อย่าง คือนอนพักผ่อนร่างกาย กับนอนเพื่อหลับ ซึ่งมีวิธีปฏิบัติต่าง กันดังนี้ ๑. นอนพักผ่อนร่างกาย คือ เมื่อเจริญฌานในอิริยาบถทั้ง ๓ มาแล้ว เกิดความมึนเมื่อยหรือ อ่อนเพลียร่างกาย ก็พึงนอนเอนกายเสียบ้าง นอนในท่าที่สบายๆ ตามถนัดจะหลับตาหรือ ลืมตาก็ได้กำหนดใจอยู่ในกรรมฐานข้อใดข้อหนึ่ง หรือเอาสติควบคุมใจให้สงบนิ่งอยู่เฉยๆ ก็ได้ ๒. นอนเพื่อหลับ การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่จำเป็นของร่างกาย ใครๆก็เว้นไม่ได้ แม้แต่ พระอรหันต์ก็ต้องพักผ่อนหลับนอนเช่นเดียวกันกับปุถุชน ที่ท่านว่าพระอรหันต์ไม่หลับเลย นั้น ท่านหมายทางจิตใจต่างหาก มิได้หมายทางกาย การหลับนอนแต่พอดี ย่อมทำให้ ร่างกายสดชื่นแข็งแรง ถ้ามากเกินไป ก็ทำให้อ้วนเทอะทะ ไม่แข็งแรง ถ้าน้อยเกินไปก็ทำให้ อิดโรย อ่อนเพลีย ความจำเสื่อมทรามและง่วงซึมประมาณที่พอดีนั้น สำหรับผู้ที่ทำงานเบา เพียง ๔ - ๖ ชั่วโมง เป็นประมาณพอดี แต่สำหรับผู้ที่ทำงานหนัก ต้องถึง ๘ ชั่วโมงจึงจะ พอดี ในเวลาประกอบความเป็นผู้ตื่น ( ชาคริยานุโยค ) นั้น ทรงแนะให้พักผ่อนหลับนอน เพียง ๔ ชั่วโมง เฉพาะยามท่ามกลางของราตรีเพียงยามเดียว เวลานอกนั้นเป็นเวลา ประกอบความเพียรทั้งสิ้น และทรงวางแบบการนอนไว้เรียกว่า "สีหไสยา" คือนอนอย่างราชสีห์ การนอนแบบราชสีห์นั้นคือนอนตะแคงข้างขวา เอนไป ทางหลัง ให้หน้าหงายนิดหน่อย มือข้างขวาหนุนศีรษะ แขนซ้ายแนบไปตามตัว วางเท้าทับ เหลื่อมกันนิดหน่อย พอสบาย แล้วตั้งสติ อธิษฐานจิตให้แข็งแรงว่า ถึงเวลานั้นต้องตื่นขึ้น ทำความเพียรต่อไปก่อนหลับ พึงทำสติอย่าให้ไปอยู่กับอารมณ์ภายนอก ให้อยู่ที่จิต ปล่อยวาง อารมณ์เรื่อยไป จนกว่าจะหลับ ถ้าให้สติอยู่กับอารมณ์ภายนอกแล้ว จะไม่หลับสนิทลงได้ ครั้นหลับแล้ว ตื่นขึ้น พึงกำหนดดูเวลา ว่าตรงกับอธิษฐานหรือไม่ ? แล้วพึงลุกออกจาก ออกจากที่นอน ล้างหน้า บ้วนปาก ทำความพากเพียร ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์จากนิวรณ์สืบไป ถ้าสามารถบังคับให้ตื่นได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ไม่เคลื่อนคลาด เชื่อว่าสำเร็จอำนาจบังคับ ตัวเอง ขั้นหนึ่งแล้ว พึงฝึกหัดให้ชำนาญต่อไป ทั้งในการบังคับให้หลับ และบังคับให้ตื่นได้ ตามความต้องการ จึงจะชื่อว่า มีอำนาจเหนือกายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปฏิบัติอบรม จิตใจขั้นต่อๆไป ที่มา www.palungjit.com บทความนี้เกิดจากการเขียนและส่งขึ้นมาสู่ระบบแบบอัตโนมัติ สมาคมฯไม่รับผิดชอบต่อบทความหรือข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือทำให้เกิดความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิใดๆ กรุณาแจ้งมาที่ ht.ro.apt@ecivres-bew เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการลบออกจากระบบในทันที ตอนที่ 1 : บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ ตอนที่ 2 : ธรรมมะวันหยุดสุดสัปดาห์ ตอนที่ 3 : อภัยทาน การยุติผลกรรมข้ามภพข้ามชาติ ตอนที่ 4 : หลวงพ่อวิญช์ ผุ้ทำโครงการ"ซ่อมแซมพระพุทธรูปทั่วพุทธอาณาจักร"โดยไม่หวังผลตอบแทน ตอนที่ 5 : กรรมทีปนี หรือกฎแห่งกรรม โดยพระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9) ตอนที่ 6 : สมาธิ โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ ตอนที่ 7 : เที่ยววัดวันหยุด สงบจิตจากงาน (บ้างนะ) ตอนที่ 8 : วิธีเจริญกรรมฐาน ๔๐ กอง และวิปัสสนา โดยหลวงปู่มั่น ตอนที่ 9 : ธรรมะของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ตอนที่ 10 : สนิมในใจ พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 11 : เรื่อง กระแสไฟฟ้าแห่งจิต โดย พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 12 : ปัญญาในตัว โดย พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัล) วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ตอนที่ 13 : เรื่อง ธรรมะวันพระ โดย พระราชสุทธิญาณมงคล ตอนที่ 14 : วิธีนอนเจริญฌาน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ตอนที่ 15 : วิธีอบรมจิตในท่ายืน - ท่าเดิน..โดยพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส ) (ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ตอนที่ 16 : เรื่อง หลวงพ่อจรัลเล่าเรื่องสมเด็จย่า ตอนที่ 17 : หลวงปู่ขาวท่านตอบคำถามว่าทำไมท่านเลือกวิปัสนา ตอนที่ 18 : พระในบ้าน ตอนที่ 19 : เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต ตอนที่ 20 : เทคนิคทำให้ชีวิตมีความสุขตลอดวัน ตอนที่ 21 : ทองคำต้องสู้ไฟ ไม้ใหญ่ต้องสู้ลม (หลวงพ่อจรัญ) ตอนที่ 22 : ลมหายใจที่ปลายจมูก ตอนที่ 23 : หลวงปู่ท่อนเล่าเรื่อง "นกแขกเต้าโพธิสัตว์ เลี้ยงมารดาตาบอด"

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปล่อยวาง2+19+20ธรรมะก่อนนอน ธรรมะสอนใจธรรมะเตือนสติได้ข้อคิดดีมากๆฟังแล้... #พอจิตดวงเก่ามันดับไป #จิตที่อยู่ในภพภูมิต่างๆมันดับไป#มันทวนกระแสเข้าหาจิตที่เหนือภพเหนือภูมิ ทวนกระแสเข้ามา#ขณะที่มันปล่อยวางจิตดวงเดิมนะ แล้วก็ทวนเข้ามาแต่ยังไม่ถึงธาตุรู้นะ #คาบลูกคาบดอก#ไม่ได้เกาะขันธ์แล้วนะ แต่ก็ยังเข้ามาไม่ถึงตัวธาตุรู้ #ไม่ถึงอมตะธาตุอมตะธรรม ไม่ถึงพระนิพพาน #ธาตุรู้ไม่ใช่พระนิพพานนะ แต่ธาตุรู้ไปเห็นพระนิพพาน #ต้องแยกให้ออก#มันยังทวนไม่ถึงธาตุรู้ ไม่ใช่ปุถุชน ไม่ใช่พระอริยะ#ทำไมไม่ใช่ปุถุชน เพราะมันปล่อยขันธ์แล้ว #ขันธ์สุดท้ายที่มันปล่อยก็คือจิต#การเข้ามรรค ไม่ยากนัก #โดยเฉพาะโสดาปัตติมรรค จริงๆ การเข้าโสดาเป็นแค่การเริ่มประจักษ์แจ้งว่าสิ่งทั้งปวงไม่เป็นตนจริง ๆ ต้องเรียกว่าดับสักกายทิฏฐิ #สักกายทิฏฐิคือมีทัศนคติ หรือมีความเห็นว่า สิ่งนั้นเป็นตน สิ่งนี้เป็นตน นั่นคือสักกายทิฏฐิเป็นเรื่องของความคิดเห็นในทัศนคติ แต่ถ้าดับความคิดเห็นตัวนี้ได้สนิทแน่นอน ไม่มีวันกำเริบอีก #บรรลุธรรมแล้ว ทันทีที่ดับได้หนึ่งตัว ดับตัวนี้ได้แน่นอน เข้ามรรค ถ้าจะเข้าผล ก็จะต้องละวิจิกิจฉา #ความลังเลสงสัยในความบริสุทธิ์ ในพระนิพพาน ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ #พอละความลังเลสงสัยได้ ศรัทธาจะเต็ม ศรัทธาจะเต็มเปี่ยมมาก พอศรัทธาเต็มเปี่ยมแล้วเอาศรัทธานี่แหละมา #calibrate วิถีชีวิตของเราให้อยู่ในครรลองธรรม #ทันทีที่ได้สองตัวนี้ต่อเนื่องมาอีก ก็เข้าผล #เป็นโสดาปัตติผล ทีนี้ในทุกขั้นตอน #โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนแรกของการเกิดมรรค #กับขั้นตอนของผล ทั้ง 3 ทั้ง 4 คือ#โสดา #สกทา #อนาคา #อรหัตผล #จะไม่ใช่เฉพาะการ transform #ทางจิตใจเท่านั้น #จะมีการปรับเปลี่ยนทางร่างกายขนานใหญ่ด้วย #เมื่อเรา transform ไปสู่มรรคก็ดี หรือ transform ไปสู่ผลก็ดี #จิตมันจะเปลี่ยนไปแบบไม่กลับ #จะมีกระบวนการล้างร่างกายครั้งใหญ่ #บางคนอาจจะถ่ายออกมามาก อย่างเป็นไปไม่ได้ในภาวะปรกติ มันล้างขันธ์ #บางคนอาจจะมีอาการเหมือนอะไรในใจมันขาด #มันขาดเหมือนกับเชือกถูกดึงให้ขาด บางคน#มีอาการระเบิดอยู่ภายใน #คือสิ่งที่เราอัดอั้นสะสมไว้ มันถูกทลายออกไป สะสมไว้เป็นอะไร เป็นอารมณ์ เป็นตัวตน ซึ่งมันไม่ได้มีอยู่จริงพวกนี้ เป็นแค่เราไปยึด ๆ ยึด ๆ รวม ๆ #กันไว้มันเลยเป็นกลุ่มก้อนความรู้สึก #แล้วสิ่งเหล่านี้มันถูกระเบิดออกไป หรือทำให้มันขาดไป #พอสิ่งเหล่านี้ขาดไป หรือสลายไป มันก็#เลยมีผลกระทบไปที่ #ร่างกาย เพราะกายนี้เป็นไปตามอำนาจใจ

การสำเร็จมรรคผล#ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้ามีใจเป็นใหญ่สําเร็จด้วยใจ สังสารวัฏนี้น่ากลัว เพราะมันปิดบังตัวเองได้ กระทู้คำถาม ศาสนาพุทธ ความจริงเกี่ยวกับความจำที่อาจไม่สนุกนัก และนับเป็นเรื่องน่ากลัวของสังสารวัฏก็คือ ธรรมชาติเองก็เล่นเกม "ลบความทรงจำ" ปล่อยให้เราทำดีทำชั่ว และรับผลดีผลชั่วอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแบบนี้มานับชาติไม่ถ้วนอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครจำได้ ว่าตัวเองเกิดมาเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างที่เป็น และทำไมต้องเจอกับอะไรที่เจอ ความทรงจำในอดีตชาติของเราถูกลบเลือนไปสิ้นในช่วงแห่งภวังค์ ๙ เดือนในท้องแม่ ถ้าเราจำได้ว่าเคยทำอะไรไว้ เคยถูกลงโทษไว้สาหัสสากรรจ์จนทุกข์ทรมานเพียงไหน เราคงไม่กล้าอีก... ที่จะทุจริตฉ้อโกง ทำร้ายหรือทำลายชีวิตใคร ฯลฯ อย่างน้อยย่อมมีความเข็ดขยาดอย่างแรงกล้า แม้สิ่งยั่วยุตรงหน้าจะล่อใจเพียงใดก็ตาม เหมือนเด็กที่รู้แล้วว่าการเอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟมันเจ็บปวดขนาดไหน แล้วเข็ดที่จะทำอีก แต่เพราะเราจำไม่ได้ และเราต่างก็ยังดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ ด้วยความไม่รู้ และไม่สนใจกระทั่งที่จะศึกษาเรียนรู้ เราก็ได้แต่เสี่ยงผิดเสี่ยงถูก ทำอะไรกันไปตามสัญชาตญาณเพื่อสนองกิเลสเฉพาะหน้าเป็นคราว ๆ ไปเท่านั้น หลวงพ่อปราโมทย์ท่านเคยเปรยขึ้นมาครั้งหนึ่งนะว่า "ถ้าเราความจำดีนะ... จะหนาว..." ท่านพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ แล้วก็ทิ้งท้ายไว้ด้วยความเงียบครู่หนึ่งอย่างนั้น จนทำให้รู้สึกว่าคำว่า "จะหนาว" คำนั้น น่ากลัวและเย็นยะเยือกเกินจินตนาการยิ่งนัก "ถ้ามองย้อนลงไป... มองย้อนลงไป...ได้นะ จะหนาวจริง ๆ สังสารวัฏนี้น่ากลัว เพราะมันปิดบังตัวเองได้" "นรกผ่านมาแล้วทุกคนนะ เดรัจฉานเป็นมาแล้วนะ เป็นกันมาหมดแล้ว..." หลวงพ่อท่านต่อท้ายไว้เสียน่าหนาวสันหลัง เคยคิดไหมคะว่า เราเคยทำอะไรไว้บ้าง แล้วที่คิด ๆ ทำ ๆ อยู่ทุกวันนี้ จะซัดเราไปสู่อัตภาพแบบไหนหลังความตายได้อีก เดรัจฉาน หรือนรกนั้น ไม่ใช่เรื่องเกินวิสัยเลย เราเดิน ๆ กันอยู่แค่ปากเหวนี่เอง ถ้าเป็นมนุษย์กิเลสหนาอย่างเรา ๆ ที่ไม่มีความสามารถระลึกถึงอดีตชาติเช่นนั้นได้ ก็คงรับผลไปอย่างงง ๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ตัวเองนั่นแหละที่สร้างเหตุแห่งความเป็นเช่นนี้ไว้ "ความจำ" มีศัพท์เทคนิคในทางพุทธศาสนาอยู่คำหนึ่ง คือคำว่า "สัญญา" ซึ่งไม่ได้หมายถึงคำมั่นสัญญานะ แต่มีความหมายถึง ความจำได้หมายรู้ พระพุทธเจ้าท่านพูดถึง สัญญา หรือความจำนี้ ว่าไม่เที่ยง ไม่มีอะไรเป็นประกันได้เลยว่า เกิดใหม่เราจะเป็นอย่างไร จะคิดอย่างไร ไม่ว่าชาตินี้เราจะเป็นคนแสนดี หรือรู้จักจดจำข้อธรรมได้มากมายแค่ไหนก็ตาม พอตายแล้วเกิดใหม่ เราก็จำไม่ได้อยู่ดี และถ้าเราเป็นคนเลวในอนาคต ก็ต้องรับกรรมด้วยการไปเกิดในอบาย