ทางบรรลุมรรคผล#ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย#อายตนะนั้นมีอยู่ #ดิน #น้ำ ไฟ ลม อากา...
ดวงตาเห็นธรรม#การบรรลุมรรคผล#โสดาบัน#สกิทาคามี#อนาคามี#อรหันต์
#โสดาบัน#สกิทาคามี#อนาคามี#อรหันต์#บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน #โดยคำนึงเป็นอารมณ์ว่าอะไรๆหน่อยหนึ่งไม่มี #เธอย่อมพิจารณาเห็นธรรมทั้งหลายคือเวทนาสัญญา
#เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวง#บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน#โดยคำนึงเป็นอารมณ์ว่าอะไรๆหน่อยหนึ่งไม่มี#เธอย่อมพิจารณาเห็นธรรมทั้งหลายคือเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณ #อันมีอยู่ในขณะแห่งอากิญจัญญายตนฌานนั้น#โดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ... #ว่างเปล่าเป็นอนัตตาเธอย่อมยังจิตให้ตั้งอยู่ในธรรมเหล่านั้น #ครั้นแล้วย่อมน้อมจิตไปเพื่ออมตธาตุว่านั่นสงบนั่นประณีต #คือธรรมเป็นที่สงบสังขารทั้งปวงนิพพาน#เธอตั้งอยู่ในอากิญจัญญายตนฌานนั้น #ย่อมถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย#ถ้ายังไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย #เธอย่อมเป็นอุปปาติกะจักปรินิพพานในภพนั้นมีอันไม่พึงกลับจากโลก
นั้นเป็นธรรมดา#เพราะโอรัมภาคิยสังโยชน์๕สิ้นไป #ด้วยความยินดีเพลิดเพลินในธรรมนั้นๆข้อที่เรากล่าวว่าดูกรภิกษุทั้งหลา# เรากล่าวความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายเพราะอาศัยอากิญจัญญายตนฌานบ้างดังนี้นั้น#เราอาศัยข้อนี้กล่าวแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้แล สัญญาสมาบัติมีเท่าใด สัญญา-
*ปฏิเวธก็มีเท่านั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย อายตนะ ๒ เหล่านี้ คือ เนวสัญญานา-
*สัญญายตนสมาบัติ ๑ สัญญาเวทยิตนิโรธ ๑ ต่างอาศัยกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เรากล่าวว่า อายตนะ ๒ ประการนี้ อันภิกษุผู้เข้าฌานผู้ฉลาดในการเข้าสมาบัติ
และฉลาดในการออกจากสมาบัติ เข้าแล้วออกแล้ว พึงกล่าวได้โดยชอบ ฯ
จบสูตรที่ ๕#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค#มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้น#จิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ
#บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส
#เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว
ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิดขึ้น”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น